สำนักงานและห้องประชุม
วิธีทำระบบกันเสียงให้กับออฟฟิตสำนักงานที่ตั้งอยู่ภายในโรงงานเสียงดัง
เสียงจากโรงงานเข้าออฟฟิตสำนักงานได้ 3 ทางหลัก คือ ผนัง ประตูหน้าต่าง และฝ้าเพดาน ซึ่งฝ้าเพดานมักเป็นสาเหตุหลัก แก้ได้โดยเพิ่มผนังเบากรุฉนวนกันเสียง เปลี่ยนเป็นบานสวิงหรือบานตาย ทำฝ้ากันเสียงอีกชั้นใต้ฝ้าเดิม และติดแผ่นดูดซับเสียงเพื่อลดเสียงก้อง
หลายท่านสอบถามกรณีออฟฟิตสำนักงานที่ตั้งอยู่ภายในโรงงานมีเสียงดัง และต้องการปรับปรุงให้ออฟฟิตลดเสียงจากการทำงานภายในโรงงานได้ในระดับที่คนในออฟฟิตสามารถทำงานได้
บทความนี้วิศวกรนำเสนอรายละเอียดวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันเสียงดังจากกระบวนการผลิตที่ทะลุเข้ามายังภายในออฟฟิตสำนักงาน
เสียงจากโรงงานเดินทางเข้ามาในออฟฟิตสำนักงานได้อย่างไร

เสียงจากกิจกรรมภายในโรงงานที่ทะลุผ่านเข้ามาภายในออฟฟิต ประกอบด้วยเสียง 3 ส่วนหลัก คือ
- เสียงทะลุผ่านผนัง
- เสียงทะลุผ่านประตู หน้าต่าง
- เสียงทะลุผ่านฝ้าเพดาน
1. เสียงทะลุผ่านผนัง
คือเสียงที่เดินทางทะลุผ่านผนังตรง ๆ เข้ามายังภายในห้องสำนักงาน เกิดจากผนังที่มีคุณสมบัติป้องกันเสียงน้อย เสียงจากภายนอกจึงทะลุเข้ามาได้มาก ได้แก่
- ผนังก่ออิฐมวลเบาน้ำหนักน้อย
- ผนังสำเร็จรูปที่มีน้ำหนักเบา
- ผนังเบาที่ไม่ได้ติดตั้งฉนวนกันเสียง
วิธีปรับปรุง: ติดตั้งระบบผนังเบาเพิ่มเติมอีกชั้นด้านในห้อง โดยกรุฉนวนป้องกันเสียง เช่น ฉนวนกันเสียง ISONOISE และปิดด้วยแผ่นยิปซั่ม 12 มม 2 - 3 ชั้น เพิ่มเติม เพื่อให้ผนังมีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
2. เสียงทะลุผ่านประตู หน้าต่าง
ประตูและหน้าต่างภายในออฟฟิต โดยเฉพาะหน้าต่างและประตูบานเลื่อน มีรอยรั่วตามขอบบานกับวงกบค่อนข้างเยอะ เสียงจึงทะลุผ่านไปได้ดีมาก
จากการทดลองวัดเสียง ประตูบานเลื่อนกันเสียงได้แค่ 5-10 เดซิเบลเท่านั้น ซึ่งไม่พอ เพราะจากที่เคยวัดระดับเสียงในโรงงานที่เสียงค่อนข้างดัง มีค่าระดับเสียงอยู่ที่ประมาณ 85-100 เดซิเบล เสียงจึงยังทะลุเข้ามาในห้องได้ค่อนข้างเยอะ
วิธีแก้ไข: นิยมติดตั้งระบบหน้าต่างที่มีคุณสมบัติป้องกันเสียงได้ดี โดยรูปแบบหน้าต่างหรือประตูจะเป็นแบบบานสวิง หรือบานตายซึ่งเปิดไม่ได้เลย เป็นระบบที่มีคุณสมบัติในการป้องกันเสียงที่ดี
3. เสียงทะลุผ่านฝ้าเพดาน
ฝ้าเพดานภายในโรงงานส่วนใหญ่เป็นฝ้าทีบาร์ หรือฝ้าฉาบเรียบชั้นเดียว และมีการเจาะช่องดาวไลต์ ถือเป็นจุดอ่อนที่มีพื้นที่ใหญ่มาก เสียงรบกวนจึงเดินทางเข้ามาภายในห้องออฟฟิตสำนักงานได้เป็นปริมาณมาก
เสียงรบกวนสามารถเดินทางผ่านรูเจาะของช่องดาวไลต์ลงมา แล้วทะลุผ่านฝ้าฉาบเรียบหรือตามรอยต่อของฝ้าทีบาร์ จากประสบการณ์ของวิศวกร โดยส่วนใหญ่เสียงที่มาจากฝ้าเพดานถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เสียงรบกวนเข้ามาภายในห้องได้มากที่สุด
วิธีแก้ไข: ทำฝ้ากันเสียงอีกชั้นใต้ฝ้าเดิม ตามขั้นตอนดังนี้
- ผูกลวดจากโครงหลังคา และเจาะร้อยทะลุฝ้าเดิมของห้องลงมา เพื่อผูกโครงฝ้าฉาบเรียบใหม่อีกชั้นใต้ฝ้าเดิม
- กรุฉนวนกันเสียง ISO NOISE ระหว่างฝ้าชั้นแรกและฝ้าชั้นที่สอง
- ยิงแผ่นฝ้ายิปซั่มความหนา 12 มม 2 ชั้น
- โป้วฉาบเพื่อป้องกันรอยรั่วของอากาศตามรอยต่อ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ โคมไฟที่ฝ้าเพดานจะต้องเปลี่ยนมาใช้โคมไฟแบบติดตั้งลอยตัว ห้ามเจาะฝังเข้าไปในฝ้า เพราะจะทำให้เสียงทะลุผ่านไปได้ หากเจาะรูที่ฝ้าเพดาน ระบบฝ้ากันเสียงที่พยายามทำก็จะสูญเปล่าทันที
4. เพิ่มเติม: ควบคุมเสียงก้องภายในห้องหลังปรับปรุง
เมื่อปรับปรุงระบบผนัง ประตูหน้าต่าง และฝ้าเพดานกันเสียงแล้ว ส่วนใหญ่ภายในห้องสำนักงานจะมีเสียงก้อง จึงแนะนำให้ติดตั้งแผ่นดูดซับเสียงแบบทากาวติดบนฝ้าเพดานฉาบเรียบ M board ให้เต็มพื้นที่ฝ้าเพดาน
แผ่นดูดซับเสียงจะช่วยดูดซับเสียงก้องสะท้อนภายในออฟฟิต ช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในห้องออฟฟิตสำนักงานเหมาะกับการทำงานที่ต้องใช้สมาธิหรือการพูดคุยสื่อสารยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการติดตั้งระบบผนังกันเสียงภายในออฟฟิตสำนักงาน
รูปแบบกระจกที่ติดตั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเสียง
รูปแบบการทำระบบฝ้ากันเสียงใต้แผ่นฝ้ากันเสียงเดิม
การติดตั้งแผ่นฝ้าอคูสติกดูดซับเสียง เพื่อควบคุมเสียงก้องภายในออฟฟิต
